top of page

ภาษาคอมพิวเตอร์ คืออะไร?

  • 3 ก.พ. 2566
  • ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 10 ก.พ. 2566




คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทั่วไป จำเป็นที่จะต้องมีการป้อนข้อมูลเพื่อสั่งให้ทำงานด้วยการใช้ภาษาคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นภาษาประดิษฐ์ (artificial language) ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา มีข้อกำหนดและความหมายที่ชัดเจน ไม่เหมือนกับภาษาที่มนุษย์เราใช้กันทั่วไป โดยภาษาคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งได้เป็น 5 ระดับ ดังนี้


1. ภาษาเครื่อง (Machine Language)


เป็นภาษาระดับต่ำที่สุด สามารถทำตามคำสั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องมีตัวแปลภาษาอื่นๆ มาช่วย ใช้กับคอมพิวเตอร์ช่วงยุค 1950s



2. ภาษาระดับต่ำ (Low level language)


เนื่องจากภาษาเครื่องเข้าใจยากและประยุกต์ใช้งานยาก มันจึงถูกพัฒนาขึ้นมาเป็นภาษาระดับต่ำ โดยนำอักษรภาษาอังกฤษเข้ามาใช้งานด้วย แต่ถึงจะง่ายขึ้น ก็ยังยากสำหรับผู้เริ่มต้นอยู่ดี ตัวอย่างภาษาระดับต่ำ คือ ภาษา Assembly



3. ภาษาระดับสูง (High level Language)


กำเนิดขึ้นในปี 1960 โดยจะใช้ภาษาอังกฤษแทนคำสั่งต่างๆ ซึ่งทำให้ผู้เขียนเข้าใจได้ทันที เขียนง่ายกว่า 2 รูปแบบข้างต้น ตัวอย่างภาษาระดับสูง อย่างเช่น ภาษาฟอร์แทรน ภาษาโคบอล ภาษาปาสคาล ภาษาเบสิก ภาษาวิชวลเบสิก ภาษาซี ภาษาจาวา เป็นต้น



4. ภาษาระดับสูงมาก (Very High-level Language)


หรือเรียกอีกชื่อว่า ภาษายุคที่ 4 เป็นภาษาที่เขียนได้สั้นกว่าภาษาก่อนๆ และไม่จำเป็นต้องเขียนเป็นระเบียบขั้นตอน ต้องการเขียนให้โปรแกรมทำอะไรบ้างก็เขียนไปได้เลย ทำให้ภาษานี้เป็นภาษาที่เขียนได้ง่ายและเร็ว



5. ภาษาธรรมชาติ (Nature language)


เป็นภาษายุคที่ 5 ธรรมชาติในที่นี้ หมายถึงธรรมชาติของมนุษย์ คือสามารถพิมพ์ไปได้เลยโดยไม่ต้องสนใจ ความถูกต้อง ระเบียบวิธีการ หรือขั้นตอนใดๆ ทั้งสิ้น พิมพ์ไปตามที่เราต้องการ แล้วคอมพิวเตอร์จะยืนยันความถูกต้องอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งภาษาธรรมชาติ จะใช้ระบบฐานความรู้ ในการแปลความหมายของคำสั่ง

สำหรับบทความนี้ Cornerme อยากให้ทุกท่านได้รู้จักข้อมูลเบื้องต้นของภาษาคอมพิวเตอร์แต่ละกลุ่ม ซึ่งบางกลุ่มก็อาจจะไม่ได้แพร่หลายแล้วในปัจจุบัน ในบทความหน้าเราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ว่ามีกี่แบบ และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

1 ความคิดเห็น


giecphangqua.n.h.g.h.u.n.g
3 วันที่แล้ว

Mình đọc mấy bài soi cầu cũng kha khá thời gian rồi, coi như thêm một góc nhìn để tham khảo chứ không bao giờ đặt niềm tin 100%. Hồi trước mình dễ bị tâm lý đám đông, thấy người ta chốt kèo tự tin là làm theo ngay, trượt phát thì khó chịu cả ngày. Sau này mình tự ghi lại lịch sử những lần chơi của mình rồi đối chiếu với kiểu phân tích như Soi cầu 168 mới hiểu ra: quan trọng nhất vẫn là giữ kỷ luật và biết điểm dừng, chứ không phải có “cầu” là chắc thắng. Có lúc nhận định đọc thấy hợp lý thật, nhưng cũng có giai đoạn sai khá xa,…

ถูกใจ
  • call
  • Line
  • Youtube
  • Facebook

Copyright 2016 All Rights Reserved

bottom of page