top of page

โปรเจคเตอร์มีกี่ประเภท มีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร

ก่อนอื่นคงต้องอธิบายให้กับคนที่ไม่รู้จักว่าโปรเจคเตอร์คืออะไร คร่าวๆ ง่ายๆ โปรเจคเตอร์ คือ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฉายภาพโดยใช้หลักการฉายแสงออกมาจากเลนส์ ซึ่งในปัจจุบันนี้ตัวโปรเจคเตอร์ก็ถูกพัฒนาให้มีขนาดเล็กลง พกพาได้ง่าย เชื่อมต่อได้ง่าย แสดงผลได้ดีแม้ในที่ที่มีแสงสว่าง บางรุ่นก็มีลำโพงในตัว


เมื่อรู้จักกับโปรเจคเตอร์กันแล้ว ในบทความนี้จาก Cornerme เราจะพาไปดูกันว่าโปรเจคเตอร์ที่นิยมใช้กันมีกี่ประเภท และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร เผื่อว่าใครที่กำลังพิจารณาอยากได้โปรเจคเตอร์ซักตัว จะได้เลือกซื้อที่เหมาะสมกับความต้องการได้

1. LCD (Liquid Crystal Display) Projector



หลักการแสดงภาพของ LCD Projector จะใช้แสงยิงผ่าน panel 3 ตัว 3 สี ก็คือ RGB ไปที่ LCD panel และส่องผ่านเลนส์เป็นภาพไปที่จอรับภาพ เหมาะกับการพรีเซนต์ หรือใช้กับการประชุมก็ได้


🟢 ข้อดี


• ภาพสีสว่าง มีสีสันสดใส • เสียงพัดลมระบายความร้อนเงียบ


🔴 ข้อเสีย


• pixel ห่างกัน • ความคมชัด และ contrast ratio ด้อยกว่าแบบอื่น • ความเหลื่อมของสีจะมากกว่าแบบอื่น

2. DLP (Digital Light Processing) Projector



เป็นโปรเจคเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย แสดงสีได้ถึง 35 ล้านเฉดสี มีหลักการทำงานคือ แสงจะถูกแยกออกเป็น RGB ยิงผ่านวงล้อสี ไปตกกระทบลงบนชิปแสดงภาพ DMD ที่ประกอบด้วยกระจกเล็กๆ จำนวนมาก หลังจากนั้นก็จะส่งภาพต่อไปยังเลนส์และฉายภาพลงบนหน้าจอ เหมาะกับการใช้งาน Home Theatre


🟢 ข้อดี


• ราคาไม่สูง • สีอิ่ม สวยงามเป็นธรรมชาติ • มีความคมชัด เนื่องจาก pixel ชิดกันมากกว่าระบบ LCD


🔴 ข้อเสีย


• ส่วนที่เป็นสีดำของภาพ ยังดำไม่สุด • เนื่องจากยิงแสงผ่านวงล้อสี จึงทำให้เห็นแสงสีรุ้งได้ง่าย • พัดลมทำงานเสียงดัง เนื่องจากบางรุ่นทำงานแล้วเครื่องร้อน

3. LCOS Projector



เรียกว่าเป็นการรวมร่างระหว่าง LCD และ DLP คือรวมข้อดีของทั้ง 2 แบบไว้ด้วยกัน แสดงภาพโดยการที่แสงจะถูกยิงผ่านแท่งปริซึมเพื่อกระจายออกเป็นสี RGB และสะท้อนผ่านแผ่น Liquid Crystal ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ จะพรีเซนต์งาน ใช้ประชุม หรือใช้เพื่อดูหนังก็ได้


🟢 ข้อดี


• pixel ชิดกันมาก • ภาพสวย ความคมชัดสูง ค่า contrast สูง • ประหยัดพลังงาน และการทำงานของเครื่องเงียบมาก


🔴 ข้อเสีย


• ราคาสูง • มีโอกาสเกิดการเหลื่อมของสี • ภาพให้แสงสว่างน้อย ไม่เหมาะกับห้องที่มีแสงสว่างมาก

4. LED (Light Emitting Diode) Projector



หลักการทำงานจะเป็นแบบ LCD, DLP หรือ LCOS ก็ได้ เพียงแต่จะใช้หลอดไฟ LED เป็นแหล่งกำเนิดแสงแทนหลอดไฟแบบเดิมๆ


🟢 ข้อดี


• ราคาถูก มีอายุการใช้งานยาวนาน • ขนาดเล็ก • ประหยัดไฟ


🔴 ข้อเสีย


• ค่าความสว่างสูงสุดต่ำกว่าหลอดไฟแบบเดิม

5. Laser Projector


เช่นเดียวกับ LED Projector เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้เลเซอร์เป็นแหล่งกำเนิดแสงแทน


🟢 ข้อดี


• อายุการใช้งานยาวนาน • Contrast ratio ดีกว่าระบบอื่น รวมไปถึงสีสันที่สมจริงกว่า • การทำงานเงียบ และประหยัดพลังงาน


🔴 ข้อเสีย


• ราคาสูงมาก

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลของโปรเจคเตอร์รูปแบบต่างๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับทุกๆ คนในการเลือกซื้อโปรเจคเตอร์

Comments


  • call
  • Line
  • Youtube
  • Facebook
bottom of page